[OS] Going crazy
posted on 24 Jan 2012 10:56 by sankhung[Os] Going crazy
pairinng : Junhyung X hyunseung
เป็น song fic ก็ว่าได้ 55555 คือฟังเพลงนี้แล้วชอบทั้งเพลง
ทั้งคำแปลมาก ก็เลยเอามาป็นฟิคซะเลย 55
PS มันสั้นมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
http://www.youtube.com/watch?v=JxxiOFYVjVk
==========
นี่มันไม่ใช่ความรัก.......... นี่มันไม่เรียกว่ารักหรอก……..
ขาเรียวสองขาของร่างบางก้าวก่ายตรงไปข้างหน้ารวดเร็วราวกับปลิวไหวไปตามลม ใบหน้างามยังคอยเหลียวหลังไปด้วยความหวาดหวั่น แต่สองเท้างามก็ยังสาวเท้าไปด้วยความเร็วอย่างไม่หยุด... ในยามราตรีที่มีเพียงแสงเดือนอันน้อยนิดที่สาดส่อง และแสงไฟที่สังเคราะห์ส่องมาเป็นทางลางๆพอให้หลบหลีกได้.. ได้งั้นหรอ....
มันเป็นแค่ความคลั่งของเธอเท่านั้น
ไม่ว่าฉันจะอยู่ที่ไหนหรือว่าทำอะไร
ซอกมุมตึกอันแสนมืดมิด ยิ่งมืด... ก็ยิ่งดี .. ร่างบางแทรกตัวเข้าไปในซอกเพื่อหลบหลีกสิ่งที่กำลังตามมา หน้าอกที่ขยับขึ้นลงตามแรงการหายใจ ปากที่เผยอกออกพร้อมกับควันลมปากอุ่นๆที่พวยพุ่งออกมาเพื่อปรับอุณหภูมิอันแสนเร่าร้อนในร่างกายกับอากาศที่แสนเย็นเฉียบจากบรรยากาศรอบๆ ดวงตาที่ปรือตาเพราะความเหนื่อยอ่อน..
เมื่อร่างกายสามารถปรับอุณหภูมิให้ปกติแต่ยังไม่ดีนัก ร่างบางก็เดินออกมาจากซอกหลืบอันมืดมิดนั้นก่อนจะเหลียวใบหน้างามมองซ้ายหันขวาด้วยความกังวล ก่อนจะรีบออกตัวไหวปลิวไปตามสายลมอันแผ่วเบาอีกครั้ง... วิ่งออกไปข้างหน้า วิ่งไปให้ไกล ไกล... แม้ไม่รู้ว่าจะวิ่งไปไหนก็ตาม... แต่ต้องวิ่งต้องหนีเท่านั้น....
มันน่ากลัวที่เธอคอยเฝ้าดูอยู่......
--------------------------------------------------------------------=======------------------
ความมืดมิดที่แสงจันทร์สาดส่องมาให้พบกับเงาของร่างหนึ่ง... เท้าที่ก้าวเอ่ยออกไปอาจจะเชื่องช้าหรือไม่ก็ตาม แต่ก็สามารถก้าวไปได้ต่อไปเรื่อยๆโดยไม่มีทีท่าว่าจะเหนื่อยหรืออย่างไร แม้ใบหน้าอันหล่อเหลาที่สาวเท้ากำลังจะยิ้มอยู่นั้น แต่ยิ้มช่างชวนน่าสยดสยองเหลือเกิน เงาของร่างกายที่กำลังเคลื่อนไหวตามสิ่งมีชีวิตสิ่งหนึ่งที่เขาต้องการ…..
ผมตื่นเต้นขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงลมหายใจสั่นๆของคุณ หัวใจผมยิ่งเต้นแรงเมื่อคุณยิ่งก้าวเท้าเร็วขึ้นอีก.....
แม้มืออันแข็งแกร่งจะดูน่างดงามเพียงใด แต่เมื่อมันได้อยู่คู่ที่จับกับสิ่งของมีคม... หรือสิ่งที่น่าอันตรายแล้ว.. ยังไงมันก็ยังดูน่าหวาดกลัวเหลือเกิน....
ถึงแม้บรรยากาศรอบนอกจะมืดลงเท่าใด แต่ในจิตใจกลับเหมือนมีไฟลุกโชนไม่ชวนให้สนใจบรรยากาศที่มืดมิดนั้นเลย ต้องการก้าวหน้าไปเพื่อเป้าหมายเพียงสิ่งเดียวที่เขาไม่ต้องการที่จะปล่อยให้หลุดมือไปเป็นอันขาด
คุณ คุณ คุณ คุณไม่มีทางหนีไปจากผมได้….
----------------------------------------===================================--------------
อากาศอันแสนหนาวเหน็บ อุณหภูมิที่ค่อยต่ำลงอย่างช้าๆ ชวนให้ขาทั้งสองข้างที่หวาดหวั่นกำลังจะหมดแรง... แต่แรงอีกสิ่งที่อยู่ในใจดลให้เขาวิ่งไปเพื่อต้องมีชีวิตรอด ... ตอนนี้หัวสมองของเขาไม่สามารถคิดเรื่องอื่นได้อีกแล้ว ใบหน้าที่ตอนนี้หันไปมาเพราะระแวงบางสิ่งบางอย่าง จนอยากจะมีตาหลังติดเอาไว้ซะจนได้..
เธอเป็นบ้าไปแล้วหรอ? ทำไมถึงเป็นแบบนี้? หยุดเถอะนะ ปล่อยฉันไปเถอะ
ถึงแม้ในใจจะคร่ำร้องแต่แรงที่เหลือไม่สามารถเอ่ยมันออกมาเป็นวาจาต่างๆได้ ช่างเหนื่อย... เหนื่อยเหลือเกิน .. ร่างบางที่ตอนนี้แรงในการวิ่งใช้ไปมามากพอก็เริ่มแรงตกต่ำลง... ต่ำลง... จนในที่สุดก็ล้มลง ร่างกายที่เหมือนจะขาดอากาศหายใจล้มลงโดยมีแผ่นหลังพิงกับกำแพงที่อยู่ใกล้ๆ เข่าที่ชันขึ้นมา ช่วยเป็นที่พักวางแขนได้เป็นอย่างดี..
ท้องฟ้าที่มืดสนิท มองขึ้นไปก็ไม่เจออะไร พบเพียงแค่แสงจันทร์ที่สลัวๆเหมือนกับเขาในตอนนี้ ตอนนี้ที่ในตัวเขาแทบจะหมดแสงภายในเต็มทน ....
ฉันก็หายใจไม่ออกแล้ว ช่วยไปให้พ้นจากสายตาฉันที….
“ คุณจะไม่มีวันหนีไปจากผมได้... ” เสียงโทนต่ำที่น่าขนลุกดังขึ้นมาในอากาศที่เย็นยะเยือก..
“นอกจากผม คุณจะไม่รักใครอีก.. ” ร่างบางที่มองอย่างหวาดผวาพร้อมกับแรงอันที่แทบจะไม่เหลือที่พยายามจะพยุงตัว..
“ลองหนีดูสิ..” เสียงพูดมาพร้อมกับเสียงหัวเราะต่ำๆชวนให้น่าขนลุกยิ่งกว่าเดิม ร่างบางมองร่างสูงอย่างไม่วางตา ดวงตาที่สั่นสะท้านไปด้วยความกลัว
“ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน … ผมก็จะหาคุณเจอ คุณรู้ดี ” ร่างสูงก้าวเท้าลากกับพื้นมาอย่างช้าๆ ร่างบางพยายามใช้สองมือพยุงหลังและขาที่แรงแทบจะไม่เหลือถอยตามที่ร่างสูงก้าวเข้ามา
“ดูผมตอนนี้สิ ผมไม่อยากร้องไห้อีกแล้ว..” ร่างสูงหยุดอยู่กับที่ก่อนจะเผยยิ้มออกมา ขอบน้ำตาที่รื้นและร้อนผ่าว ร่างบางเห็นและรู้สึกเป็นอย่างดีแม้จะเพียงแค่แสงจันทร์และไฟข้างถนนอันน้อยนิดก็ตาม..
ร่างบางส่ายหน้าแรงๆก่อนจะรีบใช้แรงที่มีพยุงตัวลุกขึ้นไปแล้วเริ่มออกตัววิ่งออกไป... แต่ไม่สามารถไปได้ซักเท่าไหร่ แรงที่น้อยและพละกำลังที่น้อยกว่าทำให้ตกอยู่ภายใต้การครอบคลุมของร่างสูงได้เป็นอย่างดี
ร่างบางที่ตอนนี้กำลังสั่นเทาอยู่ใต้อ้อมกอดของร่างสูง ร่างสูงที่พยายามโอบกอดร่างบางไว้อย่างหนาแน่น.. ไม่ต้องการให้หลุดออกไปไหนได้.. จะไม่ปล่อยให้ไปไหน.......
“กลับไปเถอะนะ” ร่างบางพูดออกมาอย่างแผ่วเบา….
“ฉันแทบจะหายใจไม่ออกแล้ว” เสียงที่มาพร้อมกับเสียงสะอื้นทำให้ร่างสูงผละอ้อมกอดออกมาก่อนจะจับที่ไหล่ทั้งสองของร่างบาง...
“ฮยอนซึง..” เสียงร่างสูงที่เรียกและพยายามจะสบตาร่างบาง... ฮยอนซึงสบตากลับมาที่ร่างสูง.. แต่เป็นดวงตาที่เหม่อลอย..
“ จุนฮยอง.. ปล่อยฉันไปเถอะ ” ดวงตาและน้ำเสียงที่อ้อนวอนขอ น้ำที่รื้นที่ขอบตาอย่างช่วยไม่ได้ คำพูดเป็นสิ่งเดียวที่เขามีที่พอจะให้ร่างสูงตรงหน้าปล่อยเขาไป
“ คุณลืมแล้วหรอ? วันครบรอบหนึ่งพันวันนับตั้งแต่ที่เราเจอกันครั้งแรก
ผมเตรียมของขวัญที่คุณชอบมาด้วยนะ ฮะฮะ ” ดวงตาที่สบมายังร่างบางพร้อมรอยยิ้มและเสียงหัวเราะที่สั่นเทาของ ร่างสูง พยายามจะหยิบของบางอย่างในกระเป๋ามาแต่ก็หยิบไม่ได้ เพราะมือไม้มันสั่น.. สั่นไปหมด .. ฮยอนซึงมองมาที่ร่างสูงอย่างเหม่อลอย...
“ นายมันบ้าไปแล้ว.. ยงจุนฮยอง.. ” ฮยอนซึงพูดด้วยน้ำเสียงเฉยชา...
“คุณไม่รู้จักความรักดี อย่าพูดว่าผมเป็นบ้าไปแล้ว คุณไม่รู้ใจผมเลย จางฮยอนซึง.. ” ร่างสูงว่าพลางเขย่าตัวร่างบางไปมาซักพักหนึ่ง... จากนั้นเขาก็หยุด แล้วกหัวเราะออกมาอย่างช้าๆ
“คุณ คุณ คุณ คุณไม่มีทางแยกจากผมได้หรอก”
“เลิกพล่ามซักที! หยุดซักที! ” ร่างบางตะคอกออกมาด้วยเสียงอันน้อยนิดก่อนจะตบหน้าจุนฮยอง
เพี้ยะ..
ฝ่ามือที่หนักเอาเรื่องฟาดลงไปที่แก้มของร่างสูงก่อนจะปลีกตัวออกไปด้วยความเร็ว สองเท้าวิ่งก้าวออกไปอย่างไม่หยุดหย่อน วิ่งออกไปข้างหน้า วิ่งไป.. โดยไม่รู้ว่าจะไปยังทิศทางไหน... รู้แค่ว่าจะไม่มีทางหันหลังกลับมาอีกแน่นอน...
สวนสาธารณะข้างทางที่ร่างบางเห็น เขาคิดว่าพอที่จะเป็นแหล่งหลบซ่อนแหล่งพักพิงได้.. ฮยอนซึงเข้าไปนั่งในท่อระบายน้ำที่วางตั้งกันเป็นชั้นเพื่อพักเหนื่อยอย่างอ่อนแรง... เมื่อมองไปข้างนอกเล็กน้อยก็เห็นว่ามีน้ำอยู่ขวดหนึ่ง ร่างบางยื่นมือออกไปเพื่อหวังที่จะหยิบขวดน้ำนั้นมาเป็นตัวที่ทำให้แรงที่หายไปกลับมาได้...
“ คุณรู้ว่าตัวคุณเองก็รักผม อย่าหนีผมไปเลย ” เสียงโทนต่ำที่น่าขนลุกพร้อมกับแรงบีบที่ข้อมือที่กำลังยื่นออกไปทำเอาร่างบางต้องสะดุ้งด้วยความตกใจ จุนฮยองลากฮยอนซึงออกมาก่อนจะส่งหมัดฮุกเบาๆแต่ก็แรงพอที่จะทำให้จุกได้ออกไปจนทำให้ร่างบางจุกและไม่มีแรง ได้แต่นั่งคุกเข่าอยู่กับพื้น ร่างสูงเห็นดังนั้นก็เบิกตาโพลกพร้อมกับคุกเข่าลงไปเข้าไปหาร่างบาง มือหน้าจับลูบไล้ใบหน้าที่หวานนวลก่อนจะกดจูบเบาๆที่ริมฝีปากไปทีนึง
จูบที่ไม่มีความรู้สึกใดๆ จูบที่เย็นยะเยือก จูบที่ไม่มีความต้องการใดๆ..
“ มันไม่ใช่ความรัก... ” ร่างบางเอ่ยเสียงแหบๆที่พยายามจะเปล่งออกมาพร้อมแรงหายใจแรงๆ
“ฉันเคยรักเธอก็จริง แต่ตอนนี้มันไม่ใช่แล้ว” ฮยอนซึงมองใบหน้าของยงจุนฮยองก่อนจะใช้มือบางลูบไปที่ใบหน้านั้น...
“ลบฉันออกจากความทรงจำของเธอเถอะ ” ร่างบางพูดอย่างแผ่วเบาพร้อมกับละมือออกจากใบหน้าของร่างสูง จุนฮยองจับมือที่กำลังปล่อยออกไปไว้แน่น แน่น.. แน่นจนเจ็บไปหมด.. น้ำตาที่ไหลออกมาอย่างช้าๆจากร่างสูง
“เราจะเจ็บด้วยกันทั้งคู่... อย่าเป็นแบบนี้เลย..” ร่างสูงจับมือร่างบางแน่นๆซักพักก่อนจะปล่อยมือร่างบางแล้วยืนตัวขึ้น จุนฮยองแค่นหัวเราะสองสามทีก่อนจะหยิบบางสิ่งบางอย่างออกมาจากระเป๋ากางเกงนั้น เมื่อหยิบมันออกมาความเงาบนของสิ่งนั้น ทำปฏิกิริยากับแสงจันทร์เป็นอย่างดี..... สวยงามเหลือเกิน
ร่างสูงคุกเข่าลงมาอีกครั้งก่อนจะจับมือร่างบาง แล้วบรรจบใช้สิ่งๆนั้นกรีดไล้ที่มือ...ขึ้นไปยังต้นแขน... และเอามันจ่อไว้ที่หัวใจ ... ดวงตาที่สบตากับของทั้งสอง แรงหายใจที่ออกมาเพราะความเหนื่อย.. เหนื่อยที่ต้องไล่ตามกันอยู่แบบนี้..
“คุณ คุณ คุณ คุณไม่มีทางหนีไปจากผมได้ ” น้ำเสียงต่ำที่แผ่วเบาสร้างความเจ็บแค้นแล่นไปที่หน้าอกของร่างบาง ดวงตาของฮยอนซึงเบิกโพลนก่อนจะหลุบตาลงและไม่มีปฏิกิริยาใดๆตามมา... ร่างสูงยืนขึ้นและยิ้มอย่างพอใจก่อนจะมองที่มือตัวเองที่เปื้อนเลือดของร่างบาง จุนฮยองนำมือไปจ่อที่ปากก่อนจะแลบลิ้นเลียเลือดของฮยอนซึงที่ติดมือจากการกระทำเมื่อกี้
จุนฮยองค่อยๆคุกเข่าลงไปอีกครั้ง ปากหาไล้เลียเลือส่วนที่ปริออกมาจากเสื้อนอกและมีดที่ปักอยู่กลางหัวใจ เขาใช้มือชักมีดออกมาก่อนจะเลียเลือดที่มีดนั่นอีกครั้ง... มองใบหน้าที่น่าหลงใหลไม่เปลี่ยนของร่างบางและจูบและเลียใบหน้าของร่างบางที่ซีดเผือก ไม่มีปฏิกิริยาใดๆตอบสิ้น..
ฉันไม่อยากร้องไห้อีกแล้ว..
จุนฮยองบรรจงใช้มีดจ่อและแทงเข้ามาที่หน้าอกข้างซ้ายของตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนก้อนเนื้อที่เต้นไม่มีวี่แววว่าจะเต้นได้อีกครั้ง ร่างสูงล้มลงโดยมือที่ดูว่าพยายามจะโอบร่างบางไว้ในอ้อมกอด มุมปากที่เผยยิ้มออกมาและดวงตาที่หรี่มากเต็มทีก็หรุบลงไปท่ามกลางแสงดวงจันทร์อันน้อยนิดในยามราตรีแห่งนี้ที่สวยงามเหลือเกิน..........
END